ReadyPlanet.com
dot dot
ประวัติวัดโพธิคุณ article

 

   

 

โพธิคุณารามุปฺปตฺติ
(การเกิดขึ้นของวัดโพธิคุณ)

   การก่อสร้างวัดโพธิคุณนั้นได้รัตนบุรุษสองท่านคือ  ท่านหนึ่งหาทุนเพื่อการดำเนินการ  และอีกท่านหนึ่งนั้นสละทั้งชีวิตและจิตใจทุ่มเทถวายตัวเป็นพุทธบูชา  โดยไม่ยอมรับค่าตอบแทนใดๆจากทางวัดเลย  สร้างอุโบสถและศาลาการเปรียญเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งมีศิลปะงดงาม  พร้อมทั้งจัดอาณาบริเวณอันเป็นพุทธสถานไว้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ  เป็นดังการเนรมิตของพระวิษณุ  ฉะนั้น
                   สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523  ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ไม่เคยมีที่พักสงฆ์  สำนักสงฆ์  หรือวัดมาก่อนเลย  มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน  ประชาชนหมู่ที่ 6  ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น  เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน )  แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาอยู่ประจำ  ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน  แต่พออนุมานได้ว่า  อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า  เช่น ไข้มาลาเรียชุกชุมก็เป็นได้  และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก   ส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและหาของป่ายังชีพกันตามมีตามได้  และความเป็นอยู่ก็กระจัดกระจายเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกันอยู่ตามที่ที่จับจองห่างๆกัน  ไฟฟ้าไม่มีใช้  น้ำกินน้ำใช้ก็อาศัยน้ำตามลำธาร  ยังไม่มีระบบการบริหารและจัดการให้เป็นองค์รวมอย่างมีกฎเกณฑ์เหมือนอย่างเป็นหมู่บ้านแล้วในปัจจุบันนี้

  
                  ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2523  มีพระเที่ยวกัมมัฏฐานสายปฏิบัติของพระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา  สุภทฺโท)  วัดหนองป่าพง  จังหวัดอุบลราชธานี  สองรูปด้วยกัน  คือพระอาจารย์วิจิตรและพระอาจารย์ถาวร  ได้มาปักกลดบำเพ็ญสมณธรรม อยู่บริเวณบ้านห้วยเตย  ประชาชนในหมู่บ้านนอกจากจะถวายอาหารบิณฑบาตกับท่านแล้ว  ยังมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านและได้นิมนต์ให้ท่านอยู่นานๆ  และได้พาขึ้นมาดูที่ตรงที่สร้างวัดในปัจจุบันนี้  เมื่อท่านทั้งสองรูปมาเห็นที่แล้วก็พอใจ  และได้ปักกลดบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ใต้ต้นขนุนใกล้ลำธารน้ำ  ประชาชนในหมู่บ้านทั้งบ้านห้วยเตยและบ้านห้วยหินฝน  โดยการนำของ คุณครูประสิทธิ์  สิทธิสงคราม  คุณโยมประภาส  บินทวิหค  และคุณโยมชัย  กันเกตุ  ตกลงที่จะสร้างวัดขึ้น  และได้ติดต่อเจ้าของที่ทั้ง 5 เจ้าของนั้น  เจ้าของที่บางรายเมื่อทราบว่าชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต้องการจะสร้างวัด  บางเจ้าของได้ถวายที่ให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ  แต่บางรายขอค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย  เมื่อปัญหาเรื่องที่จากเจ้าของที่จับจองไม่มีปัญหาแล้ว  เรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือเรื่องทางราชการบ้านเมือง  คือกรมป่าไม้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     ประจวบกับเวลานั้นอาตมาภาพ  พุทฺธญาณภิกฺขุ  ซึ่งมีสังกัดอยู่วัดอินทารามวรวิหาร  ตลาดพลู  ธนบุรี  กรุงเทพมหานคร  กลับ จากไปจำพรรษาที่วัดไทยพุทธคยา  ประเทศอินเดียในพรรษาปี 2522  เดินทางถึงวัดอินทารามวรวิหาร  เกิดลางสังหรณ์ในใจอยู่ว่า  เราคงหมดที่พึ่งแล้วกระมัง  เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิเชียรมุนี  ซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์  คือเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระนิสยาจารย์ของอาตมาภาพ  ได้มรณภาพจากไปก่อนหน้าอาตมาภาพเดินทางกลับมาถึงแต่วันที่ 4  ธันวาคม  พ.ศ. 2522  และในระหว่างที่ร่วมบุญในงานศพของพระเดชพระคุณท่านนั่นเอง  ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจาก คุณโยมสิงห์น้อย  ชาพรม  บ้านแม่ตาว  อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก ว่า สหธรรมิก ของอาตมาภาพทั้งสองรูปดังกล่าวแล้ว  ได้มาพักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ยังที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้  และในหนังสือยังเน้นไปด้วยว่า  สหธรรมิกทั้งสองรูปต้องการพบเป็นพิเศษ  ขอให้ขึ้นมาพบกับท่านด้วย  เมื่อทราบงานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีเป็นที่ชัดเจนแล้ว  ต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2523  เตรียมบริขารเดินทางขึ้นมา  ในระยะนั้นทางขึ้นมายังที่ตั้งวัดเป็นป่ารกทึบด้วยป่าไผ่และวัชพืช  ต่ำลงไปก็เป็นป่าพงที่หนาทึบมาก  เมื่อเดินทางโดยการนำของคุณโยมสิงห์น้อย  ชาพรม  ก็ได้พบท่านทั้งสองเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว  หลังผ่านการถามทุกข์-สุขของกันและกันพอสมควรแล้ว  ท่านทั้งสองได้ปรารภให้ฟังว่า  ประชาชนในหมู่บ้านต้องการจะให้สร้างเป็นวัดขึ้นในที่ดังกล่าวนี้  อาตมาภาพพิจารณาดูอาณาบริเวณแล้ว  ก็บอกกับท่านทั้งสองว่า  ถ้าทำได้ก็จะดีมากเพราะป่าเขาลำธารน้ำอุดมสมบูรณ์ดีอย่างยิ่ง  เป็นเหมือนมีขอบเขตที่แบ่งไว้เป็นการเฉพาะ  เนื่องจากมีภูเขาเป็นเหมือนเขตที่ชัดเจน  และอยู่ห่างจากชุมชนดีมาก  สงบสงัดปราศจากสิ่งรบกวนเหมาะสมที่จะเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่า)  สำหรับบำเพ็ญสมณธรรมของผู้ใฝ่ความสงบทางจิตวิญญาณ  เมื่อท่านพร้อมที่จะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัดก็สมควร  และสำหรับผมเองมีอะไรจะช่วยเหลือได้ก็จะช่วยตามกำลังความสามารถ

        จากการสนทนาเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว  ท่านทั้งสองก็ได้นำพาอาตมาภาพขึ้นไปพักที่กุฏิหญ้าคาเชิงดอยที่สร้างเสร็จแล้ว  กุฏิหลังดังกล่าวยังอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์หลังหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้  และท่านทั้งสองก็ได้กลับลงไปพักที่บริเวณต้นน้ำซึ่งท่านแขวนกลดพักอยู่ใต้ต้นขนุน  ในช่วงตอนต้นของค่ำคืนนั้น  หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเจริญสมณธรรมตามปกติแล้ว  ได้พิจารณาพระธรรมวินัยที่ประพฤติปฏิบัติอยู่และดูความรู้สึกในจิตใจของตน  ก็นึกแปลกใจอยู่อย่างว่า  ทำไม ? จิตใจของเราพอมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว  เหมือนกับมีความอบอุ่นอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอย่างประหลาด  ทำให้นึกถึงคำเตือนของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติที่ท่านเคยเตือนอยู่ว่า  “ถ้าไปถึงที่ใด  แล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนกับสถานที่เหล่านั้นเป็นที่อยู่ของตน  ตรงนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง  เพราะอาจเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติธรรมที่เราจะต้องดำเนินต่อไปให้ดีที่สุดก็ได้”  และก็เผลอหลับไป  ในการหลับไปของคืนแรกเป็นเรื่องแปลกมาก  ฝันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอย่างกับเป็นเรื่องจริงๆที่เจอ  และพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็น  จนเวลาใกล้อรุณพอรู้สึกตัวตื่นขึ้นพยายามทบทวนความฝันก็ยังนึกแปลกใจว่า  ทำไม ? ฝันยืดยาวเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้  ฝันอย่างใดนั้นเอาไว้เล่าในการเขียนนิทานเกิดวัดโพธิคุณก็แล้วกัน  เพราะในที่นี้เพียงต้องการให้รู้ประวัติวัดโดยย่อๆเท่านั้น  พอได้อรุณก็พากันเที่ยวโคจรบิณฑบาต  เพราะบ้านประชาชนในระยะนั้นอยู่กระจัดกระจายห่างออกไปไกลมาก  บางแห่งถึงสามกิโลเมตรก็มี  และได้อยู่บำเพ็ญสมณธรรมกับสหธรรมิกจวนเวลาใกล้งานพระราชทานเพลิงศพ  พระเดชพระคุณพระวิเชียรมุนี  ต้นเดือนเมษายน 2523   จึงได้ลาท่านทั้งสองเดินทางลงกรุงเทพ ฯ  กลับไปวัดอินทารามวรวิหาร

            และเมื่องานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีผ่านไปแล้ว  แต่กลางเดือนเมษายน 2523 ก็ยังไม่ได้เดินทางไปไหน  เพราะพระเดชพระคุณพระราชธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันขอร้องให้อยู่ช่วยกันก่อน  เพราะอาตมาภาพมาอยู่ในนิสสัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีตั้งแต่ปี 2500  ได้ทั้งคันถะธุระและแนวทางทางวิปัสสนาธุระเริ่มต้นจากที่นี่  จึงตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยเป็นธุระให้กับทางวัดสักระยะหนึ่ง  แต่แล้วทุกอย่างที่ว่าเป็นลางสังหรณ์ก็เริ่มปรากฏเป็นความจริงขึ้น  เมื่อเวลาใกล้พรรษาในปีดังกล่าว  ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจากคุณโยมครูประสิทธิ์  สิทธิสงคราม  ว่าขอนิมนต์ขึ้นมาอยู่จำพรรษา ณ ที่พักสงฆ์ด้วย  เพราะไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา  และบอกไปด้วยว่าสหธรรมิกทั้งสองรูปของอาตมาภาพ  คือพระอาจารย์ถาวรและพระอาจารย์วิจิตร  ได้เดินทางกลับไปวัดหนองป่าพงแล้ว  เมื่อทราบจากหนังสือก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า  ทำไม ?  ท่านทั้งสองจึงจากไปเสียทั้งที่บอกว่าจะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัด  และก็น่าจะส่งข่าวให้ทราบบ้างก็ไม่ส่งข่าวอะไรเลย  แต่เมื่อญาติโยมเขานิมนต์แล้วก็ต้องไป  จึงลาผู้รักษาการเจ้าอาวาสเดินทางขึ้นไป  ท่านผู้รักษาการได้ให้พระบวชใหม่เป็นพระอนุจรติดตามขึ้นไปสองรูป  และในพรรษาแรกเป็นที่พักสงฆ์มีพระอยู่จำพรรษาร่วมกัน 4 รูป  เพราะก่อนเข้าพรรษาไม่กี่วันมีพระภิกษุเดินทางมาจากอำเภอสวนผึ้ง  จังหวัดราชบุรี  มาอยู่จำพรรษาด้วยอีกหนึ่งรูป  ก็อยู่จำพรรษากันมาด้วยความเรียบร้อยตลอดไตรมาส

             ออกพรรษาไม่นาน  มีหลายๆอย่างเป็นเรื่องท้าทายทั้งคนและภูมิอันลึกลับ  ซึ่งทำให้ทิฐิที่เขาว่านั่นแหละทิฐิพระ  ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะต้องทำให้ได้ถ้ายังไม่ตายเสียก่อน  และก็เป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติได้สั่งด้วยว่า  “ท่านควรเอาความตายเป็นธงชัยปักไว้บนดอยให้เขาได้ดูสักองค์หนึ่ง  ในฐานะพระเที่ยวกัมมัฏฐานอย่างพวกเรา”  ในระยะดังกล่าวนั้นก็ได้ให้นามที่พักสงฆ์ว่า “ที่พักสงฆ์สวนโพธิญาณอรัญวาสี”  เพื่อเป็นการถวายเกียรติแก่พระสายกัมมัฏฐาน  คือพระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา  สุภทฺโท) ด้วย  เรื่องรายละเอียดนั้นเอาไว้เล่าในนิทานเกิดวัดโพธิคุณ  จากนั้นอาตมาภาพเดินทางลงกรุงเทพฯ คือวัดอินทารามวรวิหารและได้บอกความตั้งใจที่จะสร้างวัดขึ้นให้อดีตท่านรองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง  คือคุณอุทัย  มนธาตุผลิน ทราบ  และเดินทางกลับขึ้นมาที่พักสงฆ์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2524  ปรากฏว่า น.อ. พิเศษ อาวุธ  สะมะพันธ์  ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ. นพค. 33 กรป. กลาง  ได้นำเครื่องมือจักรกลของหน่วยมาตัดถนนขึ้นไปยังที่พักสงฆ์  และปรับที่บริเวณที่สร้างอุโบสถในปัจจุบันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยมีคุณโยมครูประสิทธ์ เป็นผู้ดูแลบอกเขตให้  ทุกอย่างเหมือนกับเป็นเรื่องที่ถอยไม่ได้แล้ว  จึงได้ดำเนินการต่อไป  โดยสร้างกุฏิทรงไทยถาวรขึ้น  ประชาชนชาวอำเภอแม่สอดหลายๆท่านก็ได้ให้การสนับสนุนตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงทุกวันนี้  และปลายปี พ.ศ. 2524  คุณอุทัย  มนธาตุผลิน  พร้อมด้วยคุณบุญมี  คุ้มชาติ  คุณสมศักดิ์  กิจชูศรี  คุณรัญจวน  กสินธุ์ศรี  และคุณทวี  สุพรรณฮี  เพราะขณะนั้นคุณอุทัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองกษาปณ์  ได้จัดกฐินสามัคคีพร้อมด้วยชาวคณะจังหวัดพิจิตรนำโดย คุณบุญธรรม  พิทักษ์  ประถมศึกษาจังหวัดพิจิตรร่วมทอดกฐินพร้อมด้วยชาวอำเภอแม่สอด  ทอดกฐินได้ปัจจัยเป็นทุนครั้งแรก 400,000 บาทเศษ  และก็ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

              เรื่องการดำเนินเรื่องทางกรมป่าไม้  กระทรวงเกษรและสหกรณ์  ได้รับอนุญาตที่ให้สร้างวัดได้เป็นจำนวน 15 ไร่  ตามหนังสือเล่มที่ 112 ฉบับที่ 08 ที่ทำการศาลากลางจังหวัด  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2528  อนุญาตให้กรมการศาสนา (โดยศึกษาธิการอำเภอแม่สอด)  เมื่อได้รับอนุญาตเรื่องที่แล้ว  กรรมการจึงทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดไปทางกระทรวงศึกษาธิการ  ได้รับหนังสืออนุญาตให้สร้างวัดได้เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2528  จากนั้นจึงทำเรื่องขอตั้งวัดในพระพุทธศาสนา  ทางกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดชื่อ “วัดโพธิคุณ” 

       ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ  เรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนา  ตามที่นายสีมูล  เพิ่มพูล  ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ณ หมู่บ้านที่ 6  ต. แม่ปะ  อ. แม่สอด  จ. ตาก นั้น  บัดนี้ผู้รับอนุญาตได้สร้างเสนาสนะขึ้นสมควรเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ได้แล้ว
อาศัยความตามข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง  ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507)  ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505  และด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม  กระทรวงศึกษาธิการ  จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนา  มีนามว่า “โพธิคุณ”  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขอให้วัดโพธิคุณ  สถิตสถาพรตลอดกาลนาน
ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2529  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


            เมื่อเป็นวัดถูกต้องตามกฎระเบียบแล้ว  ทางการปกครองคณะสงฆ์โดยเจ้าคณะจังหวัดตาก  ได้แต่งตั้ง พระมหาวิบูลย์  พุทฺธญาโณ  ป.ธ. 4  น.ธ. เอก  วิชาครูพิเศษมูล เป็นเจ้าอาวาส  เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531  ทางเจ้าอาวาสปรึกษาตกลงกับคณะกรรมการทำเรื่องขอพระราชทานวิสุงคามสีมา   และได้รับประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา  ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2532  โดยมีเนื้อที่พระราชทานวิสุงคามสีมา  กว้าง 30 เมตร  ยาว 50 เมตร  เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว  ทางวัดได้ดำเนินการฝังลูกนิมิตและผูกพัทธสีมาตามหลักพระวินัย  ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2536  และทางเจ้าอาวาสได้ตั้งคุณอุทัย  มนธาตุผลิน เป็นไวยาวัจกร ของวัดโพธิคุณตามระเบียบพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ทุกประการแล้ว

            เนื่องจากวัดโพธิคุณเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี  ซึ่งมีป่าสงวนแห่งชาติติดเนื้อที่ของวัดทั้งทางทิศตะวันออก  ทิศใต้  และทิศเหนือ  ทางวัดจึงดำเนินการทำเรื่องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เพื่อจัดทำเป็นพุทธอุทยาน  และก็ได้รับอนุญาตให้เช่าได้ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  เล่มที่ 90 ฉบับที่ 78  ที่ทำการศาลากลางจังหวัดตาก  เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538  เป็นเนื้อที่ 250 ไร่  จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568

           ความเป็นมาของวัดโพธิคุณ  จากเป็นที่พักสงฆ์และเป็นวัดแม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มรูปแบบทุกอย่าง  แต่ก็  อยู่ในขั้นตอนที่เป็นวัดถูกต้องตามกฎระเบียบตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้ว  แต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันที่บันทึกประวัติวัดเป็นเวลา 21 ปี  ทางวัดโดยการนำของประธานสงฆ์ก็ได้พยายามดำเนินตามธุระที่พระภิกษุผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย  จำเป็นจะต้องธำรงรักษาไว้นั่นคือ  “คันถะธุระ”  การศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย  ทั้งฝ่ายนักธรรมและบาลีอันเป็นพุทธพจน์  ธุระส่วนนี้พระภิกษุ-สามเณรที่จบการศึกษาในส่วนนักธรรมตรี  โท  เอก นั้นมากรูป  และที่เป็นมหาเปรียญธรรมไปแล้วประมาณ 10 กว่ารูป  “วิปัสสนาธุระ”  การปฏิบัติภาวนาทั้งสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา  และบำเพ็ญธุดงควัตร ก็ไม่เคยทอดธุระ  เพราะเป็นธุระที่นักบวชผู้เข้ามาสู่พระธรรมวินัยนี้จะต้องทรงไว้เป็นหน้าที่โดยตรง             ส่วนเรื่องการหาทุนเพื่อสร้างเสนาสนะต่างๆนั้น  ถือว่าเป็นหน้าที่ของไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัดเป็นผู้จัดการและดำเนินการ  เพราะหน้าที่การก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องของอุบาสก-อุบาสิกาแต่โบราณมา  ซึ่งเกิดวัดในพระพุทธศาสนาเป็นวัดแรก  คือวัดเวฬุวัน ที่กรุงราชคฤห์  วัดพระเชตวัน  วัดบุพพาราม  และวัดนิโครธาราม  ดูตามพระพุทธประวัติความเป็นมาแล้ว  เป็นเรื่องของฆราวาสญาติโยมทั้งสิ้น  เว้นแต่บางครั้งพระภิกษุอาจช่วยบ้างก็เพียงแต่อยู่เป็นหลักให้เกิดความแน่ใจแก่ผู้สร้างว่าจะต้องมีพระภิกษุอยู่แน่นอนเท่านั้น  ไม่ใช่พระภิกษุไปเป็นธุระเสียเอง  ตามพระพุทธประวัติแล้วไม่ค่อยจะพบ  เพราะไม่ใช่ธุระของผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย  ถ้าทำหน้าที่ผิดธุระเสียแล้ว  มันจะสับสนวุ่นวาย  ธุระที่นักบวชควรจะได้ก็กลายเป็นอย่างอื่นไป  เป็นการได้สิ่งที่ไม่น่าจะได้  แทนที่จะได้หัวกลับไปได้หาง  หางยาวมากเข้าก็เป็นเรื่องสับสนจนในที่สุดหาทางแก้กันไม่ค่อยจะพบต้นเหตุที่แท้จริง  หน้าที่คือธุระถ้าทุกฝ่ายรู้สิทธิและหน้าที่  ไม่ต้องสมบูรณ์อย่างครั้งพุทธกาล  แต่ก็อย่าละเลยจนกลายเป็นส่งเสริมกันไม่ถูกที่ถูกทางจนเกินงามไป  สิ่งที่ได้มันจะไม่คุ้มค่าก็เท่านั้นเอง  ถ้าทุกฝ่ายรู้เข้าใจสิทธิและหน้าที่เป็นพุทธบริษัท  ทั้งฝ่ายภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อย่างดีงามตามสมควรแล้ว  พระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ที่ประกาศทางเดินทางจิตวิญญาณไว้อย่างชัดเจนแล้ว  คือมรรคสัจจ์ตามหลักอริยสัจจ์  ก็ยังมีทางเดินที่ไม่หลงทาง  ทั้งผู้นำเดินและผู้ตามก็น่าจะไม่ก่อปัญหา  “เหล็กจะพินาศก็เพราะตัวเหล็กเอง  คือสนิมที่เกิดอยู่ในตัวเหล็ก”  พระพุทธศาสนาอันเป็นคำสอนที่มีแต่ความบริสุทธิ์  ที่ถ่ายทอดออกมาจากพระหฤทัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  จะเกิดประโยชน์ที่แท้จริงแก่ทุกเหล่าทุกฝ่ายได้ตามพระเมตตาพระมหากรุณาได้อย่างแท้จริง  อยู่ที่ธุระอย่างที่ว่าแล้ว  ถ้าทุกฝ่ายทำธุระให้ถูกที่ตามหน้าที่แล้ว  ทางเดินยังมีเดินได้อย่างสง่างามตามหลักพุทธธรรม  ไม่จำเป็นต้องไปสร้างธุระอื่นให้เป็นเรื่องผิดที่ผิดทางอย่างที่ว่า  คือหัวควรเป็นหัวที่มีมันสมองที่เต็มไปด้วยความมั่นคงในพุทธธรรม  ไม่ต้องไปสร้างธุระอะไรหลอนตัวเอง  จนต้องสิ้นเปลืองโดยไม่มีความจำเป็น

            วัดโพธิคุณ  ทุกฝ่ายที่เข้ามาเห็นแล้ว  จะถามกันอยู่อย่างต่อเนื่องว่า  ใช้ทุนทรัพย์สร้างไปมากมายเท่าไร ?  คำถามอย่างนี้จะเป็นคำถามซ้ำๆซากๆ  จึงขอประกาศไว้ให้ทราบ ณ ที่นี้เลยว่า  วัดโพธิคุณที่สร้างมาไม่ใช่มีทุนอะไรมากมายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ  ทุนจริงๆที่ทางวัดมีการดำเนินการเฉลี่ยต่อปีประมาณปีละ 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาท)  20 ปีมีทุนดำเนินการเพียง 30 ล้าน  ในจำนวน 30 ล้านบาทนี้  ไม่ใช่ใช้เฉพาะเรื่องการก่อสร้างทั้งหมด  ทั้งค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแก่พระภิกษุ-สามเณรยังผนวกรวมอยู่ด้วย  แต่ถ้าจะมีคำถามต่อว่า  สร้างกันมาได้อย่างไร ?  ขอตอบว่า  ด้วยความจริงใจของทุกฝ่ายที่เข้ามาร่วมดำเนินการคือศรัทธาที่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย  ทุนทรัพย์ทุกอย่างที่มีดำเนินการบริหารและจัดการ  จะทำเพื่อบูชาพระรัตนตรัยอย่างจริงจังและจริงใจ  อะไรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าเป็นอบายหายนะ  จะไม่มีอย่างเด็ดขาด  “วัด”  ความหมายคือจำนวนหรือพื้นที่บำเพ็ญทาน  ศีล  ภาวนา  สำหรับอุบาสกอุบาสิกา,  นักบวชคือพระภิกษุ-สามเณร,  ธุระคือศีล  สมาธิ  ปัญญา,  ในเนื้อที่ดังกล่าวที่เรียกว่าวัด  จะเป็นพื้นที่ดังกล่าวนี้  จะไม่มีอะไรเป็นเหตุให้ต้องใช้ทุนไปในทางที่ไม่จำเป็นในเรื่องอบายหายนะ 

 

 

               




วัด

ประวัติเจ้าอาวาส article
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดโพธิคุณ article
ประกาศเกียรติคุณ
ความหมายป้ายชื่อวัด
Gallery
Headline
Headline
Headline
Headline



dot
DVD / VCD
dot
bulletประวัติของอุโบสถ
bulletLittle Buddha
bulletกองทัพธรรม ไทย-พม่า
bulletLife of the Buddha (BBC)
bulletLife of the Buddha (Eng)
bulletLife of the Buddha (Thai)
bulletสารคดีเทิดพระเกียรติ
bulletกฐินสามัคคี 2551
bullet2012 the END ?
bulletพม่า แดนแห่งความกลัว
bulletจอมโจร องคุลิมาล
bulletสารคดี เจ้าแม่กวนอิม
bulletเจ้าแม่กวนอิม 1,000 มือ
bulletพระมหาชนก
bulletพระซ่อมพระ
bulletประวัติศาสตร์ชาติไทย
bulletวัดเจดีย์หอย
bulletทศชาติ มหาบารมี
bulletตามรอยพระพุทธเจ้า
dot
ข้อมูลวัด
dot
bulletวัตถุมงคล
dot
วัดในจังหวัดตาก
dot
bulletวัดไทยวัฒนาราม
bulletวัดพระธาตุหินกิ่ว
bulletวัดพระพุทธบาทเขาหนาม
bulletวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม
bulletถ้ำแม่อุษา-น้ำพุร้อนแม่กาษา
bulletศาลเจ้าพ่อพะวอ
bulletหลวงพ่อทันใจ
bulletศาลพระนเรศวร
dot
วัด
dot
bulletนครปฐมเจดีย์
bulletพระปฐมเจดีย์ ๑
bulletพระปฐมเจดีย์ ๒
bulletพระปฐมเจดีย์ ๓
bulletพระปฐมเจดีย์ ๔
bulletพระปฐมเจดีย์ ๗
bulletพระปฐมเจดีย์ ๘
bulletวัดอินทาราม
bulletพระธรรมเจดีย์
dot
Word
dot
bulletสอนอย่างไร ให้ถึงฝัน
dot
Web Album
dot
bulletวัดโพธิคุณ
bulletกฐิน 2551
bulletทอดกฐิน 2551
bulletเขื่อนภูมิพล
bulletภาพธรรมจักร
bulletGallery ๑
bulletGallery ๒
bulletภาพพุทธประวัติ ๑
bulletภาพพุทธประวัติ ๒
bulletพระพุทธรูปปางต่าง ๆ
dot
วัดในประเทศพม่า
dot
dot
เกจิอาจารย์
dot
bulletหลวงปู่ทวด วัดช้่างไห้
bulletหลวงปู่โต พรหมรังษี
bulletหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
bulletหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ
bulletหลวงพ่อจรัญ สอนกรรมฐาน
bulletครูบาชัยยะวงศาพัฒนา
bulletครูบาชัยวงศานุสสติ
bulletหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
bulletครูบาศรีวิชัย
bulletกองทัพธรรม พระกรรมฐาน
dot
Headline
dot
bulletVideo งานบรรยายธรรม
bulletสอนอย่างไร ให้ถึงฝัน
bulletหลวงพ่อปากแดง
bulletบทสวดมนต์ต่าง ๆ
bulletรวมบทสวดมนต์
bulletชินบัญชรคาถา
bulletคาถาโพธิบาท
bulletคำไหว้พระจุฬามณี
bulletคำไหว้พระเจ้า ๑๐ ชาติ
bulletบารมี ๓๐ ทัศ
bulletเพลง คาถาพาหุง
bulletบทแผ่เมตตา
bulletพระพุทธยูไล


free counters


ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว ย่อมหลับและตื่นเป็นสุข
วัดโพธิคุณ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก